เที่ยวไทยจุใจกว่าเดิม!! บางกอกแอร์เวย์ส ส่งโปรฯ “New Year’s Gift 2023” มอบส่วนลดตั๋วเครื่องบิน 20 % เส้นทางบินภายในประเทศทุกเส้นทาง เริ่มจอง 16 มกราคมนี้

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอก แอร์เวย์สขานรับนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

เที่ยวไทยจุใจกว่าเดิม

มอบโปรโมชันพิเศษสุดคุ้มต้อนรับช่วงเทศกาลปีใหม่ในแคมเปญ “New Year’s Gift 2023” เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ผู้โดยสารที่สำรองที่นั่งเส้นทางบินภายในประเทศทุกเส้นทาง อาทิ สมุย เชียงใหม่ ภูเก็ต รับส่วนลด 20%* ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อกำหนดเงื่อนไข และสำรองที่นั่งได้ทางเว็บไซต์ www.bangkokair.com/newyear ตั้งแต่วันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 โดยมีกำหนดการเดินทางในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2566 (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

สำหรับแคมเปญ “New Year’s Gift 2023” เป็นความตั้งใจของบริษัทฯ ที่จะส่งมอบโปรโมชันพิเศษสุดคุ้มแทนคำขอบคุณที่เลือกเดินทางกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สโดยเสมอมา โดยสามารถสำรองที่นั่งเที่ยวบินภายในประเทศที่เปิดให้บริการ ได้แก่ เส้นทางบินระหว่าง กรุงเทพฯ – เกาะสมุย กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ กรุงเทพฯ – ภูเก็ต กรุงเทพฯ – กระบี่ กรุงเทพฯ – ตราด กรุงเทพฯ – ลำปาง กรุงเทพฯ – สุโขทัย กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ เกาะสมุย – หาดใหญ่ เกาะสมุย – ภูเก็ต เกาะสมุย – อู่ตะเภา เกาะสมุย – เชียงใหม่ ภูเก็ต – หาดใหญ่ ภูเก็ต – อู่ตะเภา เชียงใหม่ – ภูเก็ต (เที่ยวเดียว) และ เชียงใหม่ – กระบี่ (เที่ยวเดียว) สามารถตรวจสอบรายละเอียดเที่ยวบินเพิ่มเติมที่ https://www.bangkokair.com/flight/flightSchedule

ผู้โดยสารของบางกอกแอร์เวย์สยังจะได้รับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ บริการฟรีโหลดกระเป๋าสัมภาระในน้ำหนัก 20 กิโลกรัม/ท่าน บริการห้องรับรองผู้โดยสาร บูทีคเลาจน์ พร้อมรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่มก่อนขึ้นเครื่อง ณ สนามบินที่ให้บริการ รวมถึงบริการเสิร์ฟอาหาร-เครื่องดื่มบนเที่ยวบิน สามารถติดตามข่าวสาร และอัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account: @flybangkokair คลิก https://bit.ly/addfriend_pgline ติดต่อศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า(Call Center) โทรฯ 1771 หรือ 02-270-6699 ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. PG Live Chat: https://bit.ly/PGLiveChatTH

อัพเดทข่าว เพิ่มเติม : พาณิชย์แจกของขวัญปีใหม่ 8 กล่องรับปีกระต่าย

พาณิชย์แจกของขวัญปีใหม่ 8 กล่องรับปีกระต่าย

“จุรินทร์” เผย พาณิชย์จัดทำขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ภายใต้แคมเปญ “พาณิชย์จัดใหญ่ ปีใหม่ 8 กล่อง รับปีกระต่าย”

เพื่อส่งมอบความสุขให้กับเกษตรกร ประชาชน และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ของขวัญปีใหม่ 8 กล่อง เพิ่มรายได้เกษตรกร ลดค่าครองชีพ หนุน SME ไทยโตรับปีกระต่าย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  ได้มอบหมายให้นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดหาของขวัญรับเทศกาลปีใหม่ 2566  ซึ่งนายกีรติได้รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการพิจารณาของขวัญปีใหม่ จำนวน 8 กล่อง ภายใต้แคมเปญ “พาณิชย์จัดใหญ่ ปีใหม่ 8 กล่อง รับปีกระต่าย” เพื่อส่งมอบความสุขให้กับเกษตรกร ประชาชน และผู้ประกอบการทั่วประเทศ  สำหรับกล่องของขวัญทั้ง 8 กล่องนั้น ประกอบด้วย

กล่องที่ 1 คือ โครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นมาตรการประกันรายได้ช่วยชาวนาผู้ปลูกข้าว ปีที่ 4 แบ่งเป็นจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ปลูกข้าวรวม 33 งวด ซึ่งโอนมา 11 งวด และงวดที่ 12 ธ.ก.ส.จะโอนภายในวันที่ 5 ม.ค.66 นี้แล้ว และมาตรการคู่ขนานประกอบด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก

ข่าวเศรษฐกิจไทยวันนี้

กล่องที่ 2 ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดย “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 22 New Year Grand Sale 2023” ลดกระหน่ำสินค้า-บริการ-ออนไลน์สูงสุด 85% กว่า 46,100 สาขา ให้ช็อปกันแบบประหยัดต้อนรับปีใหม่ไปยาวๆยันสิ้นเดือน ม.ค.66 คาดเงินสะพัดร่วม 12,000 ล้านบาท  และยังมีโครงการ “พาณิชย์…ลดราคา ! ออนทัวร์ ทั่วไทย ” จัดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษทั่วประเทศอีกด้วย

กล่องที่ 3 ให้บริการออนไลน์ ได้แก่ การให้คำปรึกษาด้านการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่าน Line official Account “DBD Registration” บริการค้นหาข้อมูลนิติบุคคลออนไลน์ การยื่น e-Filing จดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตรเกี่ยวกับทางการแพทย์และสาธารณสุข บริการจดเครื่องหมายการค้าแบบ FastTrack บริการสืบค้นเครื่องหมายการค้าด้วยภาพ Image Search และบริการ Shopping สินค้าเกษตรออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม ภายใต้นโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” โดยดาวน์โหลด Application “MOC Agri Mart” ใน Play Store หรือ App Store

กล่องที่ 4 ให้บริการประชาชนนอกเวลาทำการ โดยให้บริการข้อมูลและคำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศผ่าน Call Center 1169 และเคาน์เตอร์บริการในช่วงเวลา 12.00-13.00 น. และ 16.30-17.30 น. (16 ธ.ค.65–15 ม.ค.66)

กล่องที่ 5 ลดค่าธรรมเนียม มอบของสมนาคุณ โดยลดค่าธรรมเนียมการขอหนังสือรับรอง (e-service) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (1 ม.ค.–28 ก.พ.66) มอบคูปองส่วนลดพิเศษ ในการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มในช่วงเทศกาลปีใหม่ กรมการค้าต่างประเทศลดค่าแบบพิมพ์หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทุกประเภท สถาบันส่งเสริมศิลปะหัตกรรมไทยมอบของสมนาคุณเมื่อซื้อสินค้า SACIT SHOP

กล่องที่ 6 ให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ บริการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับเบื้องต้น ให้บริการพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดของอัญมณีและเครื่องประดับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศขยายสาขา Thaitrade.com ที่สาขารัชดา ผู้สนใจสมัครสมาชิกและเข้าร่วม Online Business Matching ฟรี

กล่องที่ 7 จัดกิจกรรม/งานแสดงและจำหน่ายสินค้า จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross-Border e-Commerce) สนับสนุนค่าใช้จ่ายภายในการสมัครเป็นสมาชิกและการบริหารหน้าร้านบนแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน ภายใต้โครงการ SMEs Pro-active จัดงานจำหน่ายสินค้า GI จากทั่วประเทศ จัดงาน “FTA Fair นำสินค้าไทย สู่ตลาดการค้าเสรี” ประกอบด้วยกิจกรรมประชาสัมพันธ์และ จัดจำหน่ายสินค้าของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป จากภูมิภาคต่าง ๆ กิจกรรมเสวนาให้ความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี กฎระเบียบทางการค้า และโอกาสทางการค้าในตลาดการค้าเสรี การทำตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จัดนิทรรศการ FTA และให้คำปรึกษาการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA และการค้นหาอัตราภาษีประเทศคู่ FTA กิจกรรมส่งเสริมการตลาด เช่น แฟชั่นโชว์ และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง เป็นต้น รวมถึงยังมีการจัดงานแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอีกด้วย

กล่องที่ 8 อบรม เสวนา ส่งเสริมความรู้ในการประกอบธุรกิจ ฟรีหลักสูตรเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการธุรกิจอย่างครบวงจรกับ DBD Academy ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ที่มีองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจและการตลาด การเงินการบัญชี ผ่านช่องทางการเรียนรู้ทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ https://dbdacademy.dbd.go.th ตั้งแต่เดือน ม.ค.66

“หวังว่ากล่องของขวัญปีใหม่ทั้ง 8 กล่องนี้ จะสร้างความพึ่งพอใจให้กับพี่น้องเกษตรกร ประชาชน และผู้ประกอบการ เพราะเป็นของขวัญปีใหม่ ที่ช่วยดูแลทั้งการเพิ่มรายได้ ลดภาระค่าครองชีพ ลดรายจ่าย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดค่าธรรมเนียมบริการต่าง ๆ และถึงแม้ของขวัญปีใหม่จะจบไปแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าดูแลพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วนต่อไป”นายจุรินทร์ กล่าว

ข่าวแนะนำ : พรุ่งนี้บ่ายโมง ‘แท็กซี่’​ กว่า 60 คัน นัดบุก ‘พลังงาน’ จี้สางปัญหาปล่อยค่าก๊าซลอยตัว

พรุ่งนี้บ่ายโมง ‘แท็กซี่’​ กว่า 60 คัน นัดบุก ‘พลังงาน’ จี้สางปัญหาปล่อยค่าก๊าซลอยตัว

13 ก.ย.นี้ ‘แท็กซี่’​ กว่า 60 คัน เตรียมบุกพลังงาน จี้สางปัญหาปล่อยค่าก๊าซลอยตัว แนะออกบัตรส่วนลดค่าเชื้อเพลิงช่วยเหลือ

นายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย เปิดเผยว่า เวลา 13.00 น. วันที่ 13 กันยายนนี้ สมาคม พร้อมสมาชิกจะนำรถแท็กซี่ จำนวน 50-60 คัน ไปที่กระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นหนังสือถึง นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จากผลกระทบราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายวิฑูรย์กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากที่ได้เกิดการระบาดของโควิด-19 ไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบถึงประชาชนในทุกสาขาอาชีพอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ รัฐบาลได้มีการออกมาตรการในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนต้องงดการเดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ชาวไทยและชาวต่างชาติไม่สามารถเดินทางได้ ส่งผลให้คนขับรถแท็กซี่ขาดรายได้ และมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังไม่สามารถปรับอัตราค่าโดยสารได้ในขณะนี้ และนโยบายการแก้ปัญหาของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากกระทรวงพลังงานได้มีนโยบายปล่อยราคาก๊าซลอยตัว และมีการปรับขึ้นราคาก๊าซมาโดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

ออกแบบ.jpg20

นายวิฑูรย์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบและช่วยให้ผู้ขับรถแท็กซี่ยังสามารถไปต่อในอาชีพนี้ได้ จึงขอความกรุณาให้กระทรวงพลังงานช่วยดำเนินการ 4 ข้อ ดังนี้ 1.ลดราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับใช้กับรถยนต์ (เอ็นจีวี)​ และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)​ ให้กับผู้ขับรถรับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) 2.ออกบัตรส่วนลดค่าเชื้อเพลิงให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ และให้ครอบคลุมจำนวนผู้ขับรถแท็กซี่ทุกคน

“3.ส่งเสริมให้มีการนำรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาทำเป็นรถแท็กซี่เร่งด่วน เพื่อทดแทนการขาดแคลนรถแท็กซี่ที่หายไปจากการประสบปัญหาผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 และให้รัฐบาลรับแลกเปลี่ยนรถแท็กซี่เดิมในปัจจุบันเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในราคาที่ยุติธรรม และ 4.จัดหาถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบในการยังชีพให้ผู้ขับรถแท็กซี่และครอบครัวอย่างทั่วถึง” นายวิฑูรย์ระบุ